ครุวิจัยสิ่งแวดล้อม-16 (ครูกิตติชัย) : ต่อมวิจัยแตกและเดิบโต วิจัยคู่กับการเรียนรู้

กิตติชัย  บุษราคัม 
โรงเรียนน้ำคำวิทยาคม  อำเภอไทยเจริญ  จังหวัดยโสธร
E-mail: croo_peak@hotmail.com
ครุวิจัยสิ่งแวดล้อม ปี 2553, สิ่งแวดล้อม ปี 2552

 เรื่องเล่าของครูเปี๊ยก…

ผมเข้าร่วมโครงการครุวิจัยครั้งแรกเมื่อปี 2552 จากคำแนะนำของครูที่เคยเข้าร่วมโครงการ ผมเลือกศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งมีอาจารย์พี่เลี้ยง ผศ.ดร.ยรรยงค์ อินทร์ม่วง ด้วยเหตุผลด้วยกัน 3 ประการ เหตุผลแรกที่สำคัญคือ ศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มีเนื้อหาตรงกับความต้องการ คือ เกษตรอินทรีย์ (เกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อม)  ซึ่งผมมีหน้าที่สอนวิชาเกษตรเป็นหลัก  เหตุผลที่สองคือ เพื่อนครูแนะนำว่าดีมาก ทั้งคณาจารย์ที่ปรึกษาและพี่เลี้ยง  และเหตุผลสุดท้าย คือ อยู่ใกล้บ้านครับ

ผมเลือกหัวข้อวิจัยเรื่อง “เทคนิคการทำแปลงผักอินทรีย์แบบถาวร” เมื่อกลับถึงโรงเรียนก็นำความรู้ที่ได้มาสอน พานักเรียนทำแปลงผัก ตามที่ได้ศึกษาวิจัยมา ได้ผักงามมาก แต่มีข้อเสียอยู่อย่าง คือ ไม่มีเครื่องมือตรวจหาปริมาณแร่ธาตุในดิน เหมือนตอนทำวิจัย  

ส่วนกระบวนการวิจัยที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ผมชักชวนเพื่อนครูอีก 7 ท่าน ขอทุนวิจัย ในโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ในหัวข้อเรื่อง “จากเมล็ดสู่ดิน  ร้อยชีวินบูชาข้าว” และได้เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ พวกเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ ที่สำคัญลูกๆ นักเรียนอีก 24คน ได้ฝึกทำเรียนรู้การทำวิจัยประวัติศาสตร์ไปด้วยกัน เและได้รับคัดเลือกเป็นงานวิจัยดีเด่นของจังหวัด มีโอกาสได้นำลูกๆ นักเรียน ไปนำเสนองานวิจัยในระดับภาค ที่จังหวัดอุบลราชธานี

 ในปี 2553 ผมสมัครเข้าร่วมโครงการครุวิจัยอีกครั้ง เลือกศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เหมือนเดิม ซึ่งปีนี้ศูนย์วิทยาศาสตร์ย้ายมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใต้การดูแลของท่านอาจารย์ ผศ.ดรยรรยงค์ อินทร์ม่วงเช่นเดิม  เหตุที่เลือกศูนย์เดิม เพราะขอบข่ายเนื้อหาหลักของศูนย์สิ่งแวดล้อมมี 3  ส่วนคือ เกษตรอินทรีย์ น้ำ และป่าไม้

ปีนี้ผมเลือกหัวข้อเรื่องเกี่ยวกับป่าไม้  “ศึกษาความหลากชนิดของพืชพื้นเมืองที่กินได้ ในป่าของมหาวิทยาลัยขอนแก่น” การเรียนรู้ไม่มีวันหมดสิ้น เป็นเรื่องจริงครับ ปีที่แล้วฝึกทำวิจัยจนทำเป็น  พาลูกๆ นักเรียนทำวิจัยได้ แต่พอมาร่วมโครงการครุวิจัยเป็นครั้งที่สอง ความตื่นเต้นที่ได้เรียนรู้ก็ไม่แตกต่างจากครั้งแรก คำว่าครั้งแรกในชีวิตเราคงใช้ได้กับประสบการณ์ต่างๆ ได้เพียงครั้งเดียว แต่กับการทำวิจัยแล้วผมรู้สึกว่า มันเป็นครั้งแรกทุกครั้งที่ได้เริ่มเรียนรู้ เริ่มต้นที่ได้ค้นหา อธิบายยากเหมือนกันครับ ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองครับ

เมื่อกลับมาถึงโรงเรียน ผมนำความรู้ที่ได้มาสอนลูกๆ นักเรียนผ่าน “ชุมนุมยุวชนรักษ์ป่า” ตอนนี้ก็ได้พาลูกๆ นักเรียน ทำแปลงสาธิต ปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์สี่อย่าง ขึ้นในโรงเรียน นอกจากนี้ยังพาลูกๆ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย อีก 3 คน ขอทุนตามโครงการยุววิจัยยางพารา ในหัวข้อเกี่ยวกับการศึกษาคุณสมบัติของพืชคลุมดินในสวนยางพารา ซึ่งตอนนี้ก็กำลังอยู่ในขั้นดำเนินการ ที่สำคัญน่าจะเป็นโรงเรียนแรกของจังหวัดยโสธรที่ได้รับทุนนี้ครับ การทำวิจัยครั้งนี้ไม่ได้ทำคนเดียวครับ ผมได้รับความร่วมมือกับทาง สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดยโสธร มาเป็นพี่เลี้ยง และที่ปรึกษา ในการทำวิจัยครั้งนี้ด้วย

ถ้าปีนี้ประสบความสำเร็จ น่าจะขยายผลในโรงเรียนได้พอสมควร เพราะมีลูกๆ นักเรียนหลายคนที่พลาดโอกาส ไม่ได้ร่วมโครงการ และเพื่อนครูอีกหลายคนในโรงเรียนก็ให้ความสนใจ นอกจากนี้ผมยังได้นำเอากระบวนการวิจัยมาใช้สอนในรายวิชาเกษตรด้วย คือนอกจากลูกๆ ที่โรงเรียนจะทำนา ทำสวนยางพารา ปลูกผัก ในโรงเรียนแล้ว นักเรียนจะต้องทำโครงงานเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ด้วยหนึ่งโครงการ แล้วก็ให้ทำแปลงทดลองในโรงเรียน 

มีกลุ่มหนึ่ง ทดลองเปรียบเทียบทำนาแบบโยนกล้ากับการปักดำนาตามปกติ  เรื่องนี้ก็ตลกดีครับ เพราะชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาที่นาแปลงนี้จะถามว่า “นักเรียนทำอะไร” ลูกๆ ก็จะตอบว่า “กำลังทำวิจัยการทำนา” ผู้ปกครองก็ได้แต่มองแล้วยิ้มๆ จะไม่ให้ยิ้มได้อย่างไรครับ ก็ในนาแปลงนั้นส่วนหนึ่งก็ปักดำแบบปกติ แต่อีกส่วนหนึ่งต้นข้าวที่ถูกโยนลงไปดูระเกะระกะ มองแล้วไม่สบายตา สำหรับ ชาวนามืออาชีพ

อีกกลุ่มหนึ่ง เป็นลูกๆ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ทำโครงงานเกี่ยวกับ “เตาเผาถ่านแบบอบความร้อน” ซึ่งเมื่อเผาแล้วถ่านที่ได้ สามารถนำไฟฟ้าได้ พิสูจน์โดยการเอาเครื่องวัดการนำไฟฟ้ามาตรวจ ตอนพาเขาไปศึกษาดูงาน เขาตื่นเต้นมากครับ เพราะปกติถ่านไม่สามารถนำไฟฟ้าได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำ ผลไม้ ดอกไม้ ให้เป็นถ่านได้อีกด้วย ซึ่งขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่ ลูกๆ นักเรียนกลุ่มนี้ก็ยังทำเตาเผาถ่านอยู่อย่างสนุกสนาน

สิ่งที่ผมอยากให้เกิดขึ้นต่อไปคือ “ใช้งานวิจัยควบคู่กับการเรียนรู้” และที่สำคัญอยากให้ลูกๆ นักเรียนรู้สึกว่า งานวิจัยเป็นเรื่องสนุก และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตของเขาได้จริงๆ (งานวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ งานวิจัยเพื่อพัฒนาชีวิต และชีวิตพัฒนาด้วยงานวิจัย) นี่คงเป็นส่วนหนึ่งที่นำเสนอได้ด้วยการเขียน ณ ขณะนี้

สุดท้ายนี้ทุกสิ่งที่เกิดมี ณ วันนี้ ขอขอบคุณ ท่านอาจารย์ ผศ.ดรยรรยงค์  อินทร์ม่วง ผู้ที่ทำให้ต่อมวิจัยของผมแตกและเติบโต ท่านอาจารย์ดร.อัจฉรา บุปผาพรรณ และคณะพี่เลี้ยงศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ทั้งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เคี่ยวเข็ญครูที่ไม่รู้จักการวิจัยเลย  จนสามารถเป็นครูที่สร้างงานวิจัยได้เอง..สุดท้ายทุกอย่างคงไม่สามารถเกิด ขึ้นได้หากขาดซึ่งโครงการที่ดีงามอย่าง ครุวิจัย โครงการที่ปลดปล่อยครูผู้เสพ สู่เกียรติแห่งการเป็นครูผู้สร้าง ขอบพระคุณอย่างสูงยิ่งครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s