ครุวิจัยอุตสาหกรรมเกษตร-17 (ครูบรรเจิด): ฝึกเด็กดอยเรียนรู้ ในสิ่งไม่รู้ ด้วยวิจัย

บรรเจิด  ถาบุญเรือง
โรงเรียนอนุบาลปางมะผ้า  จังหวัดแม่ฮ่องสอน
E-mail: msn1_137@hotmail.com
ครุวิจัยอุตสาหกรรมเกษตร ปี 2553

สิ่งที่เรียนรู้จาก  มอ. กับการรอ  ของเด็กดอย

ได้ฝึกทำวิจัยที่คณะอุตสาหกรรมเกษตร  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่ ภายใต้การสนับสนุนทุนของโครงการครุวิจัย นับว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง เพราะว่าข้าพเจ้าได้พูดเกริ่นไว้กับนักเรียนก่อนไป  ว่าถ้าครูกลับมา ครูจะนำวิชาที่ได้มาสอนนักเรียน ให้เก่งให้ได้  เพราะว่าที่โรงเรียนไม่มีครูที่เรียนจบ การสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเลย  มีแต่ครูที่เรียนจบมาทางคอมพิวเตอร์  ซึ่งเป็นสาระการเรียนรู้หนึ่งเท่านั้น  ดังนั้นการเรียนการสอนในกลุ่มสาระนี้ จึงสอนไปตามมีตามเกิด  ไม่ได้ให้ความสำคัญ  งานเกษตรซึ่งมีแต่ ปลูกผักบุ้ง งานบ้าน ถือว่าอยู่ในวิถีชีวิตของนักเรียนทุกคนแล้ว ไม่ต้องสอน งานประดิษฐ์ ยิ่งแล้วใหญ่ พ่อแม่เขาสอนมาจากที่บ้านเรียบร้อยแล้ว  เพราะส่วนมากจะมีหัตถกรรมประจำเผ่า ไว้ขายให้กับนักท่องเที่ยว  การทำครัวคุณครูก็ไม่มีความรู้ เอาเป็นว่านักเรียนอยากทำอะไร ก็เตรียมมาก็แล้วกัน (โดยถือว่านักเรียนเป็นศูนย์กลาง) ดังนั้นสิ่งที่มีในท้องถิ่นก็ไม่ได้นำมาจัดการเรียนการสอนแต่อย่างไร ครูและนักเรียนจึงไม่เห็นความสำคัญของภูมิปัญญา และสิ่งที่มีในท้องถิ่น

การทำอาหารและการถนอมอาหารของชนเผ่า ครูในโรงเรียนชอบรับประทานนัก ไม่ว่าจะเป็นผักดอง หรือขนมของ ชาวไทใหญ่ แต่น่าแปลกทำไม จึงไม่มีใครที่คิดจะศึกษาและสร้างมูลค่าให้กับส่งเหล่านั้น  นักเรียนเองบอกว่า  ทำแล้วก็ขายไม่ได้ แต่ว่ามันอร่อยนะคุณครู ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นหัวหน้าวิชาการของโรงเรียน จึงตัดสินใจสอนนักเรียนเอง (ซึ่งเมื่อก่อนสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา) โดยข้าพเจ้ามีความเชื่อส่วนตัวว่า ตอนที่ข้าพเจ้าฝึกทำวิจัย ที่คณะอุตสาหกรรมเกษตร ข้าพเจ้าก็ไม่มีความรู้เรื่องการ “แช่อิ่ม”เลยสักนิด แต่ทำได้  ดังนั้นส่งที่นักเรียนจะเรียนรู้ก็ย่อมไม่ยากเกินไปเช่นกัน

การเริ่มต้น

เริ่มจาก การเล่าเรื่อง จากสิ่งที่ไปเรียนรู้ ให้กับนักเรียนฟัง เพื่อให้นักเรียนได้เห็นความสำคัญ กำหนดการสอนไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ส่วนสาระการเรียนรู้คอมพิวเตอร์แยกไว้ต่างหาก)  ข้าพเจ้าสอนเฉพาะ การงานอาชีพเท่านั้น  ดังนั้นในการสอนทุกครั้ง  ข้าพเจ้าได้เน้นย้ำกับนักเรียนว่า  สิ่งที่ครูสอน ครูไม่รู้นะ  แต่ว่านักเรียนจะต้องเรียนรู้เอง  โดยการไปศึกษาค้นคว้า จากแหล่งข้อมูล เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน  จากอินเทอร์เน็ต  หรือผู้ที่มีความรู้ในเรื่องที่นักเรียนต้องการจะศึกษา  เป็นต้น  

ในตอนแรกๆ นักเรียนจะบ่นว่า “ทำไมครูต้องทำให้ยุ่งยาก ต้องค้นคว้าอะไรกันนักหนา”   มีบางคนบอกว่า “ไม่เห็นต้องศึกษาค้นคว้าเลย มีความรู้อยู่แล้ว ก็ลงมือทำเลย”  แต่ข้าพเจ้าบอกว่า  “การทำอาหารหรือการถนอมอาหาร  นักเรียนต้องทำอย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไป”  นักเรียนก็ถามอีกว่า “ทำไมต้องทำหลายครั้ง น่าเบื่อ ทำหนึ่งอย่าง หนึ่งครั้งไม่ได้หรือ”  ข้าเจ้าบอกว่า “ไม่ได้ เราต้องเรียนรู้ให้รู้ชัด  รู้ลึกไปทีละอย่าง”   วิธีสอนของข้าเจ้า ได้เริ่มจากให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลองเขียน รายการ วิธีการทำ ให้ครูดูก่อนว่า จะทำอย่างไร  โดยเขียนให้ละเอียดทุกขั้นตอน  หลังจากนั้นลองอธิบายให้ครูฟังทีละขั้นตอน โดยข้าพเจ้าจะใช้ “วิธีการถามนักเรียนโดยขึ้นต้นว่า  ทำไม”  ทุกครั้ง  หลังจากนั้นให้นักเรียนในห้องเรียนฝึกถามเพื่อน ในสิ่งที่เพื่อนนำเสนอ และอธิบาย โดยขึ้นต้นคำถามว่า”ทำไม” เหมือนกันทุกคำถาม  จนกลุ่มสามารถอธิบายและตอบคำถามได้  จึงอนุญาตให้ลงมือทำ

การทำอาหารและการถนอมอาหารของนักเรียนทุกครั้ง ข้าพเจ้าจะกำหนดขั้นตอน ของการทำแก่นักเรียน ดังนี้ ขั้นแรกข้าพเจ้า ให้นักเรียนศึกษาวิธีการในการทำก่อน  หลังจากนั้นให้ลองปรับเปลี่ยนส่วนผสม  ปรับเปลี่ยนวิธีการในการทำ  แยกศึกษาในรายละเอียดที่นักเรียนต้องการศึกษา โดยเรียก”ทำซ้ำ”  เช่น 2 ซ้ำ  3 ซ้ำ  เป็นต้น  โดยที่ข้าพเจ้าไม่ลืมที่จะให้นักเรียน”บันทึกรายละเอียด  สิ่งที่เห็น หรือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป”  

การนำเครื่องมือ วิทยาศาสตร์ มาใช้ในการทำอาหารหรือการถนอมอาหาร เป็นสิ่งที่นักเรียนตื่นเต้น และเห็นว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่ จึงไม่ยากนัก ที่จะทำให้นักเรียนสนใจ  ดังนั้นในการเรียน การงานอาชีพ จึงเป็นสิ่งที่ปูพื้นฐานความเป็นนักวิทยาศาสตร์ให้แก่นักเรียน ได้ไม่ใช่น้อย  

การเรียนการสอนที่ข้าพเจ้า ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่แล้ว ข้าพเจ้าใช้เวลาเริ่มต้นสอนได้ไม่มากนัก  เนื่องจากข้าพเจ้าต้องทำงานในหน้าที่บริหารบุคลกร  ฝึกและนิเทศการสอน ครูใหม่ ให้มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ไปในทางเดียวกัน ดังนั้นจึงเหมือนข้าพเจ้าต้องคอยแนะนำ ให้กับครูบรรจุใหม่ ตลอดเวลา การรับหน้าที่วิทยากร จึงเข้ามามีบทบาทในชีวิตการทำงานมากขึ้น

ข้าพเจ้าเป็นวิทยากรหลักของอำเภอปางมะผ้า  ของโรงเรียนที่เตรียมรับการประเมิน โรงเรียนต้นแบบ โรงเรียนในฝัน ของรุ่นที่ 2 และ 3  ดังนั้นเมื่อการประชุมวางแผนงานในระดับจังหวัด ข้าพเจ้าจึงต้องรับหน้าที่ ในการเตรียมนักเรียน  ฝึกครู ที่รับหน้าที่ฝึกนักเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  โดยปรับเปลี่ยนแนวการสอน ให้เน้นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น นักเรียนรู้ลึกและรียนในสิ่งที่ทำ ลงมือทำ และอภิปรายผลได้ ปรากฏว่า เป็นที่ยอมรับสำหรับการประเมินในระดับจังหวัด ให้ใช้วิธีการนี้    

ดังนั้นข้าพเจ้าจึงคิดว่าสิ่งที่เรียนรู้ จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร คือ “การทำวิจัยที่เป็นวิถีชีวิต” ของนักเรียนเอง จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่า และข้าพเจ้าได้นำเอาสิ่งที่เรียนรู้มา ถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับเพื่อนครูและนักเรียน  ที่เรียกว่า  “ดอย” เพื่อต้องการให้ “นักเรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองทำ  อธิบายในส่งที่เกิดขึ้นได้”  นั้นหมายความว่า นักเรียนมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ได้ในระดับหนึ่ง จึงเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้ามีความรู้สึกภาคภูมิใจมาก  จึงมีความประทับใจในสิ่งที่เรียนรู้ได้ไม่ลืมเลือน

Advertisements

One thought on “ครุวิจัยอุตสาหกรรมเกษตร-17 (ครูบรรเจิด): ฝึกเด็กดอยเรียนรู้ ในสิ่งไม่รู้ ด้วยวิจัย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s