Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

นพกนก   รองรัตน์
โรงเรียนวัดปากประ  ต.ลำปำ  อ.เมือง  จ.พัทลุง
E-mail: nopkanokr2@gmail.com
ครุวิจัยพลังงาน ปี 2553

กลับจากอบรมครุวิจัยซึ่งใช้เวลาไป 1 เดือนเต็ม ก็ต้องไปอบรมคอมพิวเตอร์ต่ออีก 5 วัน ปิดเทอมนี้เหนื่อยดีจริง แต่ก็สู้ๆ นะ

เปิดเรียนก็รายงาน”ประสบการณ์ฝึกวิจัย”ในโครงการครุวิจัย แก่ท่านผอ.บุญปลอบ พรหมสังคหะ และคณะครู  นอกจากนี้ได้นำเสนอโครงการ 2 โครงการ  คือ 1) โครงการธนาคารขยะ    2) โครงการจัดทำเครื่องสูบน้ำโดยใช้จักรยาน เพื่อใช้ในกิจกรรมเศรษฐกิจคุณธรรม (ผักกางมุ้ง ปลอดสารพิษ เพื่อชีวิตมีสุข) ซึ่งทั้งสองโครงการได้รับอิทธิพลจากการเข้าร่วมโครงการครุวิจัย ปรากฏว่าทั้งคณะครู และ ท่าน ผอ.เห็นด้วย และได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการทั้งสองโครงการ

ดำเนินการขั้นแรก คือ ศึกษารูปแบบการจัดทำธนาคารขยะ และศึกษาการจัดทำเครื่องสูบน้ำด้วยจักรยาน มีการไปดูงานที่โรงเรียนอื่น และศึกษาเอกสารต่างๆ ขณะนี้ได้ดำเนินการโครงการธนาคารขยะ โดยดำเนินการในรูปคณะกรรมการนักเรียน  จัดเตรียมเอกสารการจัดสร้างอุปกรณ์ต่างๆ  ประกาศให้นักเรียนทุกคนในโรงเรียนทราบถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ และเตรียมตัวเข้าร่วมโครงการ  ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 นี้

ส่วนโครงการจัดทำเครื่องสูบน้ำแบบประหยัดพลังงานนั้น ได้ดำเนินการจัดเตรียมสร้างโรงเรือนโดยได้งบประมาณจากงบไทยเข้มแข็ง ส่วนเครื่องสูบน้ำประหยัดพลังงานโดยใช้จักรยานนั้นใช้งบจากโครงการครุวิจัยไปสนับสนุน และจะดำเนินการให้สอดคล้องกับกิจกรรมสร้างแหล่งเรียนรู้สู่ชุมชนเพื่อให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พลังงานและรู้จักใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าเพื่อโลกสีเขียว

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ โครงการครุวิจัยพลังงาน มอ.สงขลา ที่เป็นแรงบันดาลใจและสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงานให้ และจะใช้แนวทางการวิจัย เพื่อพัฒนาให้ทั้งสองโครงการประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ต่อไป

ขอบคุณค่ะ รวมพลอีกครั้ง พบกันอีกหน…..ที่เก่า  …เวลาใหม่

ศิริขวัญ  จันทร์มณี
โรงเรียนบ้านลานข่อย  สพป. พัทลุง เขต ๑
E-mail: jibstat@gmail.com
ครุวิจัยพลังงาน ปี 2553

เด็กประถมทำโครงงาน

จากประสบการณ์ทำวิจัยกับศูนย์พี่เลี้ยงพลังงาน (กลุ่มอนุรักษ์พลังงาน)  กลับมาที่โรงเรียน ก็อยากเห็นนักเรียนระดับประถมศึกษาทำโครงงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน  จึงเริ่มจากการรวมกลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ที่มีความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ มานั่งรวมพลกัน และคิดว่าที่โรงเรียนของเรามีอะไรบ้างที่จะนำมารีไซเคิลได้ เพื่อการอนุรักษ์พลังงานได้บ้าง ก็มีนักเรียนเสนอว่า เห็นกระดาษที่ไม่ใช้แล้วมีทิ้งเป็นขยะ ก็เลยตกลงกัน “ลองทำกระดาษสา”

ลงมือปฏิบัติการเก็บรวบรวมกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว เช่น กระดาษจากห้องสำนักงาน กระดาษสมุดที่ไม่ใช้แล้ว กระดาษหนังสือพิมพ์เก่า  นำฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แช่น้ำ แล้วต้มด้วยโซดาไฟ นำมากรองเอาแต่เยื่อกระดาษ ผสมกับแป้งมัน กาว เติมสีผสมอาหาร จากนั้นนำมาวางบนอวนฟ้า ทำเป็นแผ่นบาง ๆ  แล้วเติมลวดลายด้วยดอกไม้ โดยการเอาดอกเฟื่องฟ้ามาฉีกเอาแต่กลีบ วางลงไปบนเยื่อกระดาษให้เป็นลวดลายตามที่ต้องการ จากนั้นนำไปตากแดดจนแห้ง พวกเราก็ได้กระดาษสา แม้ไม่สวย เพราะใช้กระดาษหลายชนิด จึงทดลองทำกระดาษสาอีกครั้ง โดยการแยกชนิดของกระดาษ ผลปรากฏว่าแก้ปัญหาได้ การดาษสาที่ได้สวยกว่าครั้งแรก

ได้ส่งโครงงานกระดาษสา เข้าประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับเครือข่าย และได้รางวัลรองชนะเลิศ ก็เลยอดไปแข่งระดับเขตพื้นที่ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะนี่คือ ครั้งแรกของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของพวกเรา

การทำโครงงานกระดาษสาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕  ได้เห็นการทำงานร่วมกันของนักเรียน มีทั้งการช่วยการรวบรวมกระดาษ การนำกระดาษมาทำให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ถึงแม้ว่าจะฉีกไปเล่นไปบ้าง  ต้มเยื่อกระดาษด้วยความอดทน ว่าเมื่อไหร่หนอครูจะบอกว่าได้แล้ว   ได้เห็นนักเรียนมีความสุขจากการเรียนนอกห้องเรียน การเรียนโดยการทดลองทำจริง

ปัญหาที่เจอก็คือ นักเรียนยังเล็กเกินไป สำหรับการทดลองที่ต้องใช้ไฟ ครูต้องควบคุมทุกขั้นตอน และการฝึกนักเรียนค้นข้อมูล ก็ทำได้ยาก เนื่องจากที่โรงเรียนยังขาดคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้เด็กไม่มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ จึงเป็นภาระของครูต้องหาข้อมูลให้นักเรียน

อนุจิตร  จันทร์ศรี
โรงเรียนนิคมควนขนุนวิทยา จังหวัดพัทลุง
E-mail: achanthasri@gmail.com
ครุวิจัยพลังงาน ปี 2553

จากประสบการณ์วิจัยสู่การเรียนรู้แบบโครงงาน

จากประสบการณ์วิจัยที่ศูนย์พี่เลี้ยงพลังงาน กลับมาเปิดวิชาเพิ่มเติม โครงงานวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยเน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ปัญหา ที่พบเห็นในโรงเรียน โดยให้นักเรียนเริ่มเขียนปัญหาที่พบเห็น  หาโจทย์จากอยากได้อะไร อยากทำอะไร  เพื่อนำมาเป็นโครงงาน ปรากฏว่ามีปัญหาหลากหลาย เช่น โครงงานวัวชน (ทดลองดูว่าหญ้าแบบไหนวัวกินแล้วแรงดี) มากจนครูคนเดียวไม่สามารถเป็นที่ปรึกษาได้ทั้งหมด จึงคิดว่าจัด”ค่ายโครงงานวิทยาศาสตร์” ขอความช่วยเหลือจากครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ทุกคน ลงมาร่วมเป็นที่ปรึกษา

มีครูในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ทั้งหมด 5 ท่าน มาคอยให้คำแนะนำ จนกระทั้งนักเรียนทำโครงงานสำเร็จ ได้หลายโครงงานส่งเข้าประกวด (ถ้ามีโอกาส จะส่งผลงานแนบไปด้วย)

ปัจจุบันมีโครงงานที่ใช้ได้จริงในโรงเรียน 2 โครงงาน คือ “ชุดทดลองการตกอย่างอิสระ” เพื่อหาค่าแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งต้องเขียนโปรแกรม Visual Basic ใช้บันทึกเวลา  เป็นโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์และใช้ในการเรียนการสอนได้จริง ในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เรื่องการเคลื่อน (การตกอย่างอิสระ) และอีกเรื่องคือ “โปรแกรมควบคุมการปิด-เปิดเครื่องขยายเสียงเพื่อบอกสัญญาณคาบเรียนด้วยภาษา Visual Basic” ซึ่งเป็นโปรแกรมออดโรงเรียนนั้นเอง   อยากให้โรงเรียนอื่นใช้ด้วยจัง และทั้ง 2 โครงงานนี้ได้ผ่านการคัดเลือกระดับภาคใต้ ของโครงการนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ และโครงการพัฒนาโปรแกรมเพื่อประยุกต์ใช้งานระดับนักเรียน โดยทุนสนับสนุนของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ปัจจุบันกำลังวางแผนพัฒนาต่อยอด เพื่อไปแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศในเดือน มกราคม 2554

เมธาวี  สายสิน
โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ 
E-mail: mea.mung@gmail.com
ครุวิจัยศูนย์สิ่งแวดล้อม  มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี
2553

 การฝึกทำวิจัยในโครงการครุวิจัย กับศูนย์สิ่งแวดล้อม  มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำให้เปลี่ยนความคิด “การวิจัยที่ว่าเป็นเรื่องยาก ก็เหมือนกับการทดลองวิทยาศาสตร์ในห้องเรียน” ซึ่งมีกระบวนการเหมือนกันทุกอย่าง จากประสบการณ์มองว่า “การวิจัยเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต” ใช้การวิจัยพัฒนาความรู้ทุกๆ ด้าน  การวิจัยต้องใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “การสืบเสาะ” จนพบคำตอบนั่นเอง 

หลังจากที่กลับมาได้นำความรู้มาพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ดังนี้

1. ใช้ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์  

ได้เตรียมความพร้อมนักเรียนก่อนที่จะลงนำการวิจัยเข้าสู่ห้องเรียน โดยจัดตั้ง”ชุมนุมวิทยาศาสตร์” ให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกการใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  ตั้งแต่ทักษะพื้นฐานจนถึงทักษะขั้นบูรณาการ และฝึกใช้เครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็น แม้การปูพื้นฐานจะใช้เวลานาน แต่คาดว่าในภาคเรียนต่อไป คงได้ลงมือทำตามเป้าหมายที่วางไว้ต่อไป

2. บูรณาการกับการเรียนรู้ในทุกกิจกรรม 

ตามที่ได้ฝึกการทำวิจัยและได้รับถ่ายทอดประสบการณ์ จากนายสวาสดิ์  พุทธรรมา เกษตรกรบ้านห้วยชัน  เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ และให้ใช้สถานที่แปลงเกษตรอินทรีย์ทำการวิจัยครั้งนั้น  มีความเหมือนและตรงกับบริบทของโรงเรียนอย่างมาก เนื่องจากโรงเรียนได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนต้นแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง  ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 2  และได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานศึกษาพอเพียง จากกระทรวงศึกษาธิการเมื่อ 7 มีนาคม 2553  

โรงเรียนจึงให้ไปศึกษาดูงานโรงเรียนต่างๆ อยู่เสมอ เริ่มจากโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามฐานซึ่งมี 12 ฐานการเรียนรู้ เช่น ฐานการทำน้ำหมักชีวภาพ  ฐานเตาถ่านชีวมวล  ฐานการปลูกแก้วมังกร ฐานการปลูกฝรั่งไร้เมล็ด ฐานการปลูกมะนาวในท่อซีเมนส์  ฐานการเลี้ยงปลา  และฐานอื่นๆ  สวนสมุนไพรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อให้นักเรียนได้นำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต แม้กระทั่งครูที่อยู่บ้านพักครูในโรงเรียน ก็นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ดำรงชีวิตไม่ว่าการทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่นักเรียน และแหล่งเรียนรู้เหล่านี้จะใช้เป็นศูนย์ฝึกการทำวิจัยเล็ก ๆ ของนักเรียนได้เป็นอย่างดี             

เมื่อครูมีความรู้เกี่ยวกับวิจัยและมีสถานที่สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้อยู่ในโรงเรียน การนำนักเรียนสู่การทำวิจัยในเรื่องใกล้ตัว และไม่เกินความสามารถ แม้จะก้าวช้าแต่ก็มั่นใจว่าทำได้แน่นอน

ขอขอบคุณสกว. ที่มีโครงการดีๆ ให้ครูได้มีโอกาสพัฒนาความรู้เพื่อจะได้นำไปใช้ในการพัฒนาเรียนการสอนต่อไป

ปิยา รพีธรรม
โรงเรียนบางละมุง อำเภอบางละมุง  จังหวัดชลบุรี
สำงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต18
E-mail: Piya.environment@gmail.com
ครุวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล ปี 2553

จากการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเลสู่ห้องเรียน

จากเข้าร่วมโครงการครุวิจัย สกว. และได้รับความรู้จากศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเล  ในวันที่  1  เมษายน – 2 พฤษภาคม 2553 นั้น ถือว่าได้ประโยชน์มาก  จากสิ่งที่ไม่เคยรู้ก็รู้ สิ่งที่ไม่เคยเห็นก็เห็น และที่สำคัญที่สุด คือ ได้เห็นเทคนิคการทำงานวิจัย ขั้นตอนการทำวิจัย การสืบค้นข้อมูล การนำเสนองานวิจัย วิธีทำงานอย่างนักวิจัย การทำงานร่วมกับเพื่อนครูต่างโรงเรียน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทุกๆด้าน  จนสามารถนำความรู้ต่างๆ ที่ได้รับ มาใช้พัฒนาการจัดกิจกรรมเรียนการสอน ได้อย่างดียิ่งโดยเฉพาะการสอนในรายวิชาวิทยาศาสตร์ ได้รับประโยชน์มาก

เมื่อไปเล่าให้เพื่อนครูฟัง ทุกคนร้อง โฮ ! ก็เลยถามว่า ที่ร้องโฮนี่เพราะอะไร คุณครูตอบว่า อยากไปมากแต่เวลานานเกินไป เพราะมีครอบครัวต้องดูแล (ครูที่โรงเรียนอยู่ในวัยสร้างครอบครัวเป็นส่วนมาก) เป็นไปได้ไหมถ้าจะลดเวลาให้น้อยกว่านี้ จึงตอบ อืม!!!!! ในอนาคต

สำหรับตัวเองนั้น ได้นำความรู้มาใช้เป็นแนวทาง ในการจัดกิจกรรมการเรียนการเรียนการสอน ในภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2553  จำนวน  3  รายวิชาดังนี้

1. โครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  โดยมุ่งเน้นการทำโครงงานแบบงานวิจัย โดยการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นหาความรู้ และหาคำตอบด้วยตนเอง ในภาคเรียนที่ 2 ได้วางแผนจะพานักเรียนออกไปศึกษาสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมบริเวณชายฝั่งทะเล

2.  รายวิชาชีววิทยา เพิ่มเติม ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4  เน้นการทดลองและนำการเรียนรู้จากเนื้อหาวิชามาทำโครงงานวิทยาศาสตร์

3.  รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  ได้นำรูปแบบการทำงานวิจัย มาใช้ในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ ฝึกให้นักเรียนมีการคิดอย่างเป็นระบบ และคิดแก้ปัญหา โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์      ประสบการณ์ครั้งนี้ถือว่ามีค่ายิ่งสำหรับอาชีพครู และจะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีโครงการครุวิจัย

ข้าพเจ้าจึงใคร่ขอขอบคุณโครงการครุวิจัย ที่ให้โอกาส ขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการศูนย์วิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ที่เอาใจใส่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี ขอขอบคุณคณะวิทยากรที่ให้ความรู้อย่างดียิ่ง ขอขอบคุณนักวิจัยพี่เลี้ยงที่ให้ความเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา ขอขอบคุณเพื่อนครูที่ให้ความช่วยเหลือและเอื้ออาทรซึ่งกันและกันเสมอ และขอขอบคุณทุกๆท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

สุดท้ายขอให้โครงการครุวิจัยอยู่คู่ครูไทยตลอดไป

เบญจนา  กล่อมแก้ว
โรงเรียนเทศบาลวัดลุ่ม   อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
E-mail: bengana29@gmail.com
ครุวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล ปี 2553

หลังจากการเข้าฝึกทำวิจัยที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเล เกาะสีชังแล้ว  ได้แรงบันดาลใจ จะนำทักษะกระบวนการ  มาใช้ในการเรียนการสอนและเผยแพร่ “แนวทางการนำนักเรียนทำวิจัย”  จึงนำแผ่นซีดีจากการอบรม ไปให้เพื่อน ๆ ครู ศึกษาข้อมูล ขั้นตอนในการดำเนินการ

หลังนั้นก็ได้ปรึกษากัน วางแผนจะนำนักเรียนทำวิจัย  นำแผ่นซีดีให้นักเรียนดู  พร้อมทั้งชี้แจงขั้นตอนการดำเนินอีกครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็ก  ๆ 

ผล คือ ที่ได้รับความร่วมมือทั้งจากครูและนักเรียนอย่างดียิ่ง  และตรงตามวัตถุประสงค์ของโรงเรียน  เด็ก ๆ ให้ความสนใจมากในการเดินทางสำรวจครั้งนี้

พวกเราเริ่มปฏิบัติการสำรวจ โดยออกจากโรงเรียนเวลา  8.30 น ของวันที่ 12  ต.ค 53 ไปที่โรงแรมหินสวยนำใส ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง ที่สวยงามแห่งหนึ่ง  อนุสาวรีย์สุนทรภู่ หมูบ้านจำรุง  และแหลมแม่พิมพ์   เด็กสนุกสนานมาก เรา”สอนแบบเรียนปนเล่น” โดยการสอดแทรกเนื้อหาการเรียนรู้ให้กับนักเรียน ฝึกเป็นคนช่างสังเกตุ  จดบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างที่พบเห็น  จะเป็นคำถามหรือเนื้อใดๆ ก้ได้ ตามที่อยากรู้ให้เขาบันทึกไว้ 

นำ”ข้อมูล“มาปรึกษากันให้ห้องเรียน เลือกหัวข้อที่มีความสนใจร่วมมากที่สุด 

พวกเราก็ได้หัวข้อ 4 เรื่อง คือ ขนมพื้นบ้าน  สินค้าโอทอป สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆจากเศษวัสดุ  และสิ่งแวดล้อม   พวกเราก็ลงมือปฏิบัติโครงงานวิจัยเชิงบูรณาการ 

ทั้งนี้ต้องขอบคุณมายังศูนย์ครุวิจัยเป็นอย่างมาก ที่ให้เอกาสเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชั้นเรียน ถึงแม้นจะเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาก็ตาม พวกเขาสนุกสนานมากกับกิจกรรมในครั้งนี้

สุภาพร  หินน้อย
โรงเรียนเมืองถลาง จังหวัดภูเก็ต
E-mail: jangvijai@gmail.com
ครุวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล ปี 2553

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้ไปฝึกทำวิจัยเรื่อง”การศึกษารูปแบบและพื้นที่ครอบคลุมของปะการังบริเวณหาดท่าวัง เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี” ซึ่งแบ่งประสบการณ์ออกได้เป็น 2 ส่วน คือ การเก็บข้อมูลภาคสนาม และเขียนบทความวิจัย

ประสบการณ์ “เขียนบทความวิจัย”  ได้นำมาใช้เป็น”สื่อและพัฒนานวัตกรรม”  เกี่ยวกับการเขียนรายงาน ในรายวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ ในหัวข้อ”การเขียนเค้าโครงงาน” ด้วยการนำบทความที่ได้จากการทำวิจัย มาให้นักเรียนวิเคราะห์”หลักการ” ในการเขียนเค้าโครงของโครงงานในแต่ละหัวข้อ และใช้เป็นตัวอย่างในการเขียน รวมทั้งใช้เป็นแบบทดสอบความรู้ ในการเขียนเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์

แต่ในส่วนของ”การเก็บข้อมูลภาคสนาม” ในภาคเรียนที่ผ่านมายังไม่ได้ถ่ายทอดสู่นักเรียน เนื่องจากเป็นช่วงมรสุมของจังหวัดภูเก็ต จึงไม่สามารถที่ลงเก็บข้อมูลภาคสนามเกี่ยวกับปะการังได้

นอกจากนี้ยังมีการนำความรู้ทีได้จากงานวิจัยเรื่องอื่นๆ มาถ่ายทอดให้แก่เพื่อนร่วมงาน เพื่อจัดทำเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในการจัดการเรียนการสอน ในรายวิชา “สนุกกับวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ” เช่น โครงงานการตรวจสอบคุณภาพน้ำโดยใช้แมลงน้ำเป็นตัวชี้วัด การสำรวจความหลากชนิดของหอยและหญ้าทะเล รวมถึงยังนำตัวอย่างที่ได้จากการนำเสนอของเพื่อนร่วมโครงการ มาใช้กับรายวิชาวิทยาศาสตร์ชั้นอื่น ๆ ด้วย

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 3,802 other followers