Feeds:
เรื่อง
ข้อคิดเห็น

รัชนี  มุ่งวัฒนกุล (ครูจั๊น)

โรงเรียนวรพัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

E-mail: doraemon_jhan@hotmail.com

ครุวิจัยอุตสาหกรรมอาหาร ปี 2553

 

 ประสบการณ์สู่งานวิจัยในโรงเรียน

 

หลังจากได้เข้าร่วมฝึกทำวิจัยจากโครงการครุวิจัย ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ณ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ได้รับประสบการณ์ พร้อมทั้งเก็บเกี่ยวความรู้ด้านกระบวนการทำวิจัย  ได้นำมาถ่ายทอดเรื่องราวให้เพื่อนครูในโรงเรียน  ได้เห็นความเป็นประโยชน์ของกระบวนการวิจัย เพื่อนำไปปรับใช้และพัฒนาการเรียนการสอน ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ 

สิ่งที่นำมาปรับใช้ คือ การนำมาทำวิจัยเชิงปฏิบัติ “วิจัยในด้านมารยาทของนักเรียน” มารยาทการไหว้ การพูดคุย และการเดินผ่านผู้ใหญ่  โดยใช้ “การสังเกต และบันทึกผลการให้คะแนน” ซึ่งได้รับความร่วมมือจากคุณครูทุกคนในโรงเรียนเป็นอย่างดี นักเรียนได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้มารยาทดีและไหว้สวย

นอกจากนี้ทางโรงเรียน ยังได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมประกวดมารยาทไทย โครงการนครหลวงไทย อนุรักษ์ เอกลักษณ์ไทยระดับภาคใต้ ครั้งที่ 39/2553 อีกด้วย ทั้งนี้ขอขอบคุณคณะพี่เลี้ยง ที่ให้ความรู้ด้านกระบวนการวิจัย ขอบคุณเพื่อนครูครุวิจัยทุกท่าน ที่ให้มิตรภาพ ความทรงจำ ให้โอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขอบคุณหน่วยงานสกว. ที่ให้โครงการที่ดีแบบนี้และจะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ ในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนต่อไป

ไสว  ทองอินทร์
โรงเรียนภู่วิทยา จ. นครราชสีมา
E-mail: nok_sawai@hotmail.com
ครุวิจัยพลังงาน ปี 2553

จากแดนใต้สู่เวทีความรู้ที่ราบสูง

ประสบการณ์  ความรู้ ทักษะที่ได้รับ 1 เดือนเต็ม กับการถ่ายทอด ร่วมชะตากรรมกับเพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมอาชีพคุณครู จากวันสุดท้ายที่กรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่สถาน ที่เป้าหมาย คือ โรงเรียนของเรา ภู่วิทยา (ฟ้า – ขาว) โดยโรงเรียนนี้มีดีกรีเป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝันรุ่นแรก โรงเรียนรางวัลพระราชทาน และเป็นโรงเรียนแกนนำวิถีพุทธ ซึ่งถือว่ามีความพร้อมพอสมควร และเห็นว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยายผล

ข้าพเจ้ารับผิดชอบสอนฟิสิกส์ ม. 4 และ ม. 5 ในการจัดการเรียนการสอนในสาระการเรียนรู้มีการสอน ทั้งหลักการ ทฤษฎี  และทักษะกระบวนการ ที่จำเป็นตามหลักสูตรธรรมดา เพราะตัวผู้สอนเองก็ยังถือว่า มีประสบการณ์สอนน้อย อธิบายอย่างลึกซึ้งไม่ค่อยได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เพิ่มเติมเข้าในกระบวนการ นั่นคือ การหาของเล่นมาเสริมให้ผู้เรียนได้นำมาคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยงกับบทเรียนได้อย่างสนุกสนาน และตื่นตา ตื่นใจ  ในทุกๆครั้งที่เรียนจบ 1 เรื่อง ตัวแทนนักเรียนจะได้แบบจำลองการเกิดปรากฏการณ์ ที่สัมพันธ์กับเนื้อหา  ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ตั้งไว้ โดยไม่ได้คาดหวังว่า สิ่งที่เด็กสร้างขึ้นจะมีคุณสมบัติดีเยี่ยมใช้การได้  100%  แต่เด็กจะตระหนักว่า การที่สร้างแบบจำลองได้ เขาจะต้องเข้าใจหลักการเป็นอย่างดี ดังนั้นขณะเรียนนักเรียนจะเอาใจใส่ และตั้งหน้าตั้งตาเรียนมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นการกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจ ในการเรียนอีกวิธีการหนึ่ง ที่ใช้ได้ผลทีเดียว

การสอนด้วยโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยลักษณะของโครงงานไม่ต้องเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนก็ได้ และไม่ได้กำหนดรูปแบบการจัดทำตายตัว เพื่อที่จะเห็นความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ  สร้างสิ่งปะดิษฐ์อย่างอิสระ กล้าแสดงความคิดเห็น ตลอดจนการร่วมอภิปราย น่าจะเป็นคุณสมบัติที่ดีของผู้ที่มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงจึงสามารถกลั่นกรองถ่ายทอด

คุณครูมือใหม่อย่างดิฉัน ได้ลองคัดเลือกผลงานของนักเรียนที่เด่นๆ นำไปแลกเปลี่ยนมุมมองกับครูคนอื่น เพื่อที่จะได้มองสิ่งที่คนอื่นเขาทำ ให้เด็กๆ ได้เห็นความคิดที่ยังคิดไม่ถึงขณะที่อยู่โรงเรียน  เพราะว่าความรู้มีอยู่ทุกที่ ถ้ายอมเปิดตา เปิดใจ ดิฉันยืนยันค่ะว่า การที่ตัวเองไปปรับตัว ปรับความคิด ปรับกระบวนการ 1 เดือนนั้น มีประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างดียิ ่ง

นพกนก   รองรัตน์
โรงเรียนวัดปากประ  ต.ลำปำ  อ.เมือง  จ.พัทลุง
E-mail: nopkanokr2@gmail.com
ครุวิจัยพลังงาน ปี 2553

กลับจากอบรมครุวิจัยซึ่งใช้เวลาไป 1 เดือนเต็ม ก็ต้องไปอบรมคอมพิวเตอร์ต่ออีก 5 วัน ปิดเทอมนี้เหนื่อยดีจริง แต่ก็สู้ๆ นะ

เปิดเรียนก็รายงาน”ประสบการณ์ฝึกวิจัย”ในโครงการครุวิจัย แก่ท่านผอ.บุญปลอบ พรหมสังคหะ และคณะครู  นอกจากนี้ได้นำเสนอโครงการ 2 โครงการ  คือ 1) โครงการธนาคารขยะ    2) โครงการจัดทำเครื่องสูบน้ำโดยใช้จักรยาน เพื่อใช้ในกิจกรรมเศรษฐกิจคุณธรรม (ผักกางมุ้ง ปลอดสารพิษ เพื่อชีวิตมีสุข) ซึ่งทั้งสองโครงการได้รับอิทธิพลจากการเข้าร่วมโครงการครุวิจัย ปรากฏว่าทั้งคณะครู และ ท่าน ผอ.เห็นด้วย และได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการทั้งสองโครงการ

ดำเนินการขั้นแรก คือ ศึกษารูปแบบการจัดทำธนาคารขยะ และศึกษาการจัดทำเครื่องสูบน้ำด้วยจักรยาน มีการไปดูงานที่โรงเรียนอื่น และศึกษาเอกสารต่างๆ ขณะนี้ได้ดำเนินการโครงการธนาคารขยะ โดยดำเนินการในรูปคณะกรรมการนักเรียน  จัดเตรียมเอกสารการจัดสร้างอุปกรณ์ต่างๆ  ประกาศให้นักเรียนทุกคนในโรงเรียนทราบถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ และเตรียมตัวเข้าร่วมโครงการ  ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 นี้

ส่วนโครงการจัดทำเครื่องสูบน้ำแบบประหยัดพลังงานนั้น ได้ดำเนินการจัดเตรียมสร้างโรงเรือนโดยได้งบประมาณจากงบไทยเข้มแข็ง ส่วนเครื่องสูบน้ำประหยัดพลังงานโดยใช้จักรยานนั้นใช้งบจากโครงการครุวิจัยไปสนับสนุน และจะดำเนินการให้สอดคล้องกับกิจกรรมสร้างแหล่งเรียนรู้สู่ชุมชนเพื่อให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พลังงานและรู้จักใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าเพื่อโลกสีเขียว

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ โครงการครุวิจัยพลังงาน มอ.สงขลา ที่เป็นแรงบันดาลใจและสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงานให้ และจะใช้แนวทางการวิจัย เพื่อพัฒนาให้ทั้งสองโครงการประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ต่อไป

ขอบคุณค่ะ รวมพลอีกครั้ง พบกันอีกหน…..ที่เก่า  …เวลาใหม่

ศิริขวัญ  จันทร์มณี
โรงเรียนบ้านลานข่อย  สพป. พัทลุง เขต ๑
E-mail: jibstat@gmail.com
ครุวิจัยพลังงาน ปี 2553

เด็กประถมทำโครงงาน

จากประสบการณ์ทำวิจัยกับศูนย์พี่เลี้ยงพลังงาน (กลุ่มอนุรักษ์พลังงาน)  กลับมาที่โรงเรียน ก็อยากเห็นนักเรียนระดับประถมศึกษาทำโครงงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน  จึงเริ่มจากการรวมกลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ที่มีความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ มานั่งรวมพลกัน และคิดว่าที่โรงเรียนของเรามีอะไรบ้างที่จะนำมารีไซเคิลได้ เพื่อการอนุรักษ์พลังงานได้บ้าง ก็มีนักเรียนเสนอว่า เห็นกระดาษที่ไม่ใช้แล้วมีทิ้งเป็นขยะ ก็เลยตกลงกัน “ลองทำกระดาษสา”

ลงมือปฏิบัติการเก็บรวบรวมกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว เช่น กระดาษจากห้องสำนักงาน กระดาษสมุดที่ไม่ใช้แล้ว กระดาษหนังสือพิมพ์เก่า  นำฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แช่น้ำ แล้วต้มด้วยโซดาไฟ นำมากรองเอาแต่เยื่อกระดาษ ผสมกับแป้งมัน กาว เติมสีผสมอาหาร จากนั้นนำมาวางบนอวนฟ้า ทำเป็นแผ่นบาง ๆ  แล้วเติมลวดลายด้วยดอกไม้ โดยการเอาดอกเฟื่องฟ้ามาฉีกเอาแต่กลีบ วางลงไปบนเยื่อกระดาษให้เป็นลวดลายตามที่ต้องการ จากนั้นนำไปตากแดดจนแห้ง พวกเราก็ได้กระดาษสา แม้ไม่สวย เพราะใช้กระดาษหลายชนิด จึงทดลองทำกระดาษสาอีกครั้ง โดยการแยกชนิดของกระดาษ ผลปรากฏว่าแก้ปัญหาได้ การดาษสาที่ได้สวยกว่าครั้งแรก

ได้ส่งโครงงานกระดาษสา เข้าประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับเครือข่าย และได้รางวัลรองชนะเลิศ ก็เลยอดไปแข่งระดับเขตพื้นที่ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะนี่คือ ครั้งแรกของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของพวกเรา

การทำโครงงานกระดาษสาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕  ได้เห็นการทำงานร่วมกันของนักเรียน มีทั้งการช่วยการรวบรวมกระดาษ การนำกระดาษมาทำให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ถึงแม้ว่าจะฉีกไปเล่นไปบ้าง  ต้มเยื่อกระดาษด้วยความอดทน ว่าเมื่อไหร่หนอครูจะบอกว่าได้แล้ว   ได้เห็นนักเรียนมีความสุขจากการเรียนนอกห้องเรียน การเรียนโดยการทดลองทำจริง

ปัญหาที่เจอก็คือ นักเรียนยังเล็กเกินไป สำหรับการทดลองที่ต้องใช้ไฟ ครูต้องควบคุมทุกขั้นตอน และการฝึกนักเรียนค้นข้อมูล ก็ทำได้ยาก เนื่องจากที่โรงเรียนยังขาดคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้เด็กไม่มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ จึงเป็นภาระของครูต้องหาข้อมูลให้นักเรียน

อนุจิตร  จันทร์ศรี
โรงเรียนนิคมควนขนุนวิทยา จังหวัดพัทลุง
E-mail: achanthasri@gmail.com
ครุวิจัยพลังงาน ปี 2553

จากประสบการณ์วิจัยสู่การเรียนรู้แบบโครงงาน

จากประสบการณ์วิจัยที่ศูนย์พี่เลี้ยงพลังงาน กลับมาเปิดวิชาเพิ่มเติม โครงงานวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยเน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ปัญหา ที่พบเห็นในโรงเรียน โดยให้นักเรียนเริ่มเขียนปัญหาที่พบเห็น  หาโจทย์จากอยากได้อะไร อยากทำอะไร  เพื่อนำมาเป็นโครงงาน ปรากฏว่ามีปัญหาหลากหลาย เช่น โครงงานวัวชน (ทดลองดูว่าหญ้าแบบไหนวัวกินแล้วแรงดี) มากจนครูคนเดียวไม่สามารถเป็นที่ปรึกษาได้ทั้งหมด จึงคิดว่าจัด”ค่ายโครงงานวิทยาศาสตร์” ขอความช่วยเหลือจากครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ทุกคน ลงมาร่วมเป็นที่ปรึกษา

มีครูในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ทั้งหมด 5 ท่าน มาคอยให้คำแนะนำ จนกระทั้งนักเรียนทำโครงงานสำเร็จ ได้หลายโครงงานส่งเข้าประกวด (ถ้ามีโอกาส จะส่งผลงานแนบไปด้วย)

ปัจจุบันมีโครงงานที่ใช้ได้จริงในโรงเรียน 2 โครงงาน คือ “ชุดทดลองการตกอย่างอิสระ” เพื่อหาค่าแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งต้องเขียนโปรแกรม Visual Basic ใช้บันทึกเวลา  เป็นโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์และใช้ในการเรียนการสอนได้จริง ในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เรื่องการเคลื่อน (การตกอย่างอิสระ) และอีกเรื่องคือ “โปรแกรมควบคุมการปิด-เปิดเครื่องขยายเสียงเพื่อบอกสัญญาณคาบเรียนด้วยภาษา Visual Basic” ซึ่งเป็นโปรแกรมออดโรงเรียนนั้นเอง   อยากให้โรงเรียนอื่นใช้ด้วยจัง และทั้ง 2 โครงงานนี้ได้ผ่านการคัดเลือกระดับภาคใต้ ของโครงการนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ และโครงการพัฒนาโปรแกรมเพื่อประยุกต์ใช้งานระดับนักเรียน โดยทุนสนับสนุนของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ปัจจุบันกำลังวางแผนพัฒนาต่อยอด เพื่อไปแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศในเดือน มกราคม 2554

เมธาวี  สายสิน
โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ 
E-mail: mea.mung@gmail.com
ครุวิจัยศูนย์สิ่งแวดล้อม  มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี
2553

 การฝึกทำวิจัยในโครงการครุวิจัย กับศูนย์สิ่งแวดล้อม  มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำให้เปลี่ยนความคิด “การวิจัยที่ว่าเป็นเรื่องยาก ก็เหมือนกับการทดลองวิทยาศาสตร์ในห้องเรียน” ซึ่งมีกระบวนการเหมือนกันทุกอย่าง จากประสบการณ์มองว่า “การวิจัยเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต” ใช้การวิจัยพัฒนาความรู้ทุกๆ ด้าน  การวิจัยต้องใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “การสืบเสาะ” จนพบคำตอบนั่นเอง 

หลังจากที่กลับมาได้นำความรู้มาพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ดังนี้

1. ใช้ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์  

ได้เตรียมความพร้อมนักเรียนก่อนที่จะลงนำการวิจัยเข้าสู่ห้องเรียน โดยจัดตั้ง”ชุมนุมวิทยาศาสตร์” ให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกการใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  ตั้งแต่ทักษะพื้นฐานจนถึงทักษะขั้นบูรณาการ และฝึกใช้เครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็น แม้การปูพื้นฐานจะใช้เวลานาน แต่คาดว่าในภาคเรียนต่อไป คงได้ลงมือทำตามเป้าหมายที่วางไว้ต่อไป

2. บูรณาการกับการเรียนรู้ในทุกกิจกรรม 

ตามที่ได้ฝึกการทำวิจัยและได้รับถ่ายทอดประสบการณ์ จากนายสวาสดิ์  พุทธรรมา เกษตรกรบ้านห้วยชัน  เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ และให้ใช้สถานที่แปลงเกษตรอินทรีย์ทำการวิจัยครั้งนั้น  มีความเหมือนและตรงกับบริบทของโรงเรียนอย่างมาก เนื่องจากโรงเรียนได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนต้นแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง  ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 2  และได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานศึกษาพอเพียง จากกระทรวงศึกษาธิการเมื่อ 7 มีนาคม 2553  

โรงเรียนจึงให้ไปศึกษาดูงานโรงเรียนต่างๆ อยู่เสมอ เริ่มจากโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามฐานซึ่งมี 12 ฐานการเรียนรู้ เช่น ฐานการทำน้ำหมักชีวภาพ  ฐานเตาถ่านชีวมวล  ฐานการปลูกแก้วมังกร ฐานการปลูกฝรั่งไร้เมล็ด ฐานการปลูกมะนาวในท่อซีเมนส์  ฐานการเลี้ยงปลา  และฐานอื่นๆ  สวนสมุนไพรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อให้นักเรียนได้นำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต แม้กระทั่งครูที่อยู่บ้านพักครูในโรงเรียน ก็นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ดำรงชีวิตไม่ว่าการทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่นักเรียน และแหล่งเรียนรู้เหล่านี้จะใช้เป็นศูนย์ฝึกการทำวิจัยเล็ก ๆ ของนักเรียนได้เป็นอย่างดี             

เมื่อครูมีความรู้เกี่ยวกับวิจัยและมีสถานที่สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้อยู่ในโรงเรียน การนำนักเรียนสู่การทำวิจัยในเรื่องใกล้ตัว และไม่เกินความสามารถ แม้จะก้าวช้าแต่ก็มั่นใจว่าทำได้แน่นอน

ขอขอบคุณสกว. ที่มีโครงการดีๆ ให้ครูได้มีโอกาสพัฒนาความรู้เพื่อจะได้นำไปใช้ในการพัฒนาเรียนการสอนต่อไป

ปิยา รพีธรรม
โรงเรียนบางละมุง อำเภอบางละมุง  จังหวัดชลบุรี
สำงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต18
E-mail: Piya.environment@gmail.com
ครุวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล ปี 2553

จากการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเลสู่ห้องเรียน

จากเข้าร่วมโครงการครุวิจัย สกว. และได้รับความรู้จากศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเล  ในวันที่  1  เมษายน – 2 พฤษภาคม 2553 นั้น ถือว่าได้ประโยชน์มาก  จากสิ่งที่ไม่เคยรู้ก็รู้ สิ่งที่ไม่เคยเห็นก็เห็น และที่สำคัญที่สุด คือ ได้เห็นเทคนิคการทำงานวิจัย ขั้นตอนการทำวิจัย การสืบค้นข้อมูล การนำเสนองานวิจัย วิธีทำงานอย่างนักวิจัย การทำงานร่วมกับเพื่อนครูต่างโรงเรียน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทุกๆด้าน  จนสามารถนำความรู้ต่างๆ ที่ได้รับ มาใช้พัฒนาการจัดกิจกรรมเรียนการสอน ได้อย่างดียิ่งโดยเฉพาะการสอนในรายวิชาวิทยาศาสตร์ ได้รับประโยชน์มาก

เมื่อไปเล่าให้เพื่อนครูฟัง ทุกคนร้อง โฮ ! ก็เลยถามว่า ที่ร้องโฮนี่เพราะอะไร คุณครูตอบว่า อยากไปมากแต่เวลานานเกินไป เพราะมีครอบครัวต้องดูแล (ครูที่โรงเรียนอยู่ในวัยสร้างครอบครัวเป็นส่วนมาก) เป็นไปได้ไหมถ้าจะลดเวลาให้น้อยกว่านี้ จึงตอบ อืม!!!!! ในอนาคต

สำหรับตัวเองนั้น ได้นำความรู้มาใช้เป็นแนวทาง ในการจัดกิจกรรมการเรียนการเรียนการสอน ในภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2553  จำนวน  3  รายวิชาดังนี้

1. โครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  โดยมุ่งเน้นการทำโครงงานแบบงานวิจัย โดยการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นหาความรู้ และหาคำตอบด้วยตนเอง ในภาคเรียนที่ 2 ได้วางแผนจะพานักเรียนออกไปศึกษาสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมบริเวณชายฝั่งทะเล

2.  รายวิชาชีววิทยา เพิ่มเติม ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4  เน้นการทดลองและนำการเรียนรู้จากเนื้อหาวิชามาทำโครงงานวิทยาศาสตร์

3.  รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  ได้นำรูปแบบการทำงานวิจัย มาใช้ในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ ฝึกให้นักเรียนมีการคิดอย่างเป็นระบบ และคิดแก้ปัญหา โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์      ประสบการณ์ครั้งนี้ถือว่ามีค่ายิ่งสำหรับอาชีพครู และจะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีโครงการครุวิจัย

ข้าพเจ้าจึงใคร่ขอขอบคุณโครงการครุวิจัย ที่ให้โอกาส ขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการศูนย์วิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ที่เอาใจใส่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี ขอขอบคุณคณะวิทยากรที่ให้ความรู้อย่างดียิ่ง ขอขอบคุณนักวิจัยพี่เลี้ยงที่ให้ความเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา ขอขอบคุณเพื่อนครูที่ให้ความช่วยเหลือและเอื้ออาทรซึ่งกันและกันเสมอ และขอขอบคุณทุกๆท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

สุดท้ายขอให้โครงการครุวิจัยอยู่คู่ครูไทยตลอดไป

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 450 other followers